- ความยากในการวางแผน
- งบประมาณที่อาจจะบานปลาย
- ระบบแบบ Waterfall กระบวนการ Test จะต้องให้ Design และ Develop เกือบเสร็จ หากเจอความผิดพลาดด้วยการเข้าใจ Requirement ผิดพลาดหรือมีการเปลี่ยนแปลงก็ตามแต่ การแก้ไขก็จะทำได้ยาก
แนวคิดการทำงาน Agile
- ไม่เน้นกระบวนการและเอกสาร ให้เน้นไปที่การพัฒนาให้ดีที่สุด
- ต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลง เพราะ Requirement อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอด
- ส่งมอบงานบ่อยๆ ไม่ได้ส่งงานทีเดียว
- เน้นที่การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลมากกว่าที่บอกว่าต้องเป็นไปตามกระบวนการ มีปัญหาอะไรให้พูดคุยกับทีมเลยทันที
ข้อดีของการทำงาน Agile
การไม่มีกำแพงระหว่างฝ่าย เพราะเอาทุกฝ่ายมาอยู่ในทีมเดียวกัน เน้นที่การสื่อสารระหว่างบุคคล ทำให้ลดความไม่เข้าใจลงไป และสามารถแก้ปัญหาได้รวดเร็ว
Agile กับการทำงาน Scrum
การทำงานแบบ Scrum จะไม่มี Project Manager, Design, Analyst, Tester จะมีเพียงแค่ 3 ตำแหน่งสำคัญคือ
- Product Owner: มีหน้าที่จัด Priorities ของ Tasks ต่างๆ ให้กับทีม
- Scrum Master: เป็นผู้ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างลื่นไหล จะคอยกำจัดอุปสรรคที่ขัดขวางไม่ให้ทีมบรรลุเป้าหมาย
- Team: จะรวมทุกตำแหน่งทั้ง Designer, Programmer, UI/UX, Testing เข้าด้วยกัน เพื่อให้ทีมหนึ่งทีมสามารถทำงานตั้งแต่ต้นจนจบได้ด้วยตัวเอง
วิธีการทำงานของ Scrum
- ฺBacklog: เป็น Task งานที่ต้องทำ ทั้ง Requirement ของลูกค้าและทีม ซึ่ง Product Owner จะเป็นคนตัดสินใจนำ Task ต่างๆ เหล่านี้เข้าไปใน Sprint ตามลำดับความสำคัญ
- Sprint: มีกำหนดประมาณ 2-4 สัปดาห์ เพื่อ Deliver Task ที่ Product Owner ได้ประเมิน
- Daily Scrum: ในทุกวันจะมีการประชุมประมาณ 10-15 นาที เพื่อบอกว่าเมื่อวานทำอะไร วันนี้จะทำอะไร และติดปัญหาอะไรบ้าง เพื่อให้การทำงานในทุกๆ วันเป็นไปอย่างราบรื่น ,รู้ว่ากำลังเดินเข้าสู่เป้าหมายหรือยัง และมีการแก้ไขปัญหาได้อย่างต่อเนื่อง
No comments:
Post a Comment